Friday, February 03, 2012

แกะกล่อง & รีวิว Nokia Asha 300 ฟีเจอร์โฟน ความเร็ว 1 GHz ราคาประหยัด by Apple iPhone 4S

   
      สวัสดีครับ ปกติแล้วผมกะจะรีวิวแต่ Smart Phone แต่พอดีอยากหาโทรศัพท์เครื่องให้ให้พระบิดาเพราะเครื่องเก่าที่ท่านมีรู้สึกจะเสียงเบาไปแล้ว(สำหรับท่าน)
      ตอนแรกก็กะจะหาเครื่องถูกๆ ถึกๆ ไม่ต้องมีฟังก์ชั่นอะไรมากครับ (เพราะผมไม่มีตังค์ด้วยล่ะ 555+) แต่พอดีมองๆไปเจอรุ่นนี้ของ Nokia : Nokia Asha 300 ที่จอใหญ่ ตัวหนังสือใหญ่ (เหมาะกับคนสายตายาว) เป็นแบบปุ่มกด และ CPU แรง ก็เลยจัดมาเลยครับ ในราคาสามพันกว่าๆ มาดูดีกว่าครับว่าได้อะไรบ้าง


***แก้ไข ชื่อรุ่นในภาพจาก Asha 303 เป็น Asha 300 นะครับ พิมพ์เพลินไปหน่อย ขออภัยครับ***
เปิดกล่องมาก็เจอเจ้า Asha 300 นอนอยู่ในถุง
หยิบออกมาดู หล่อใช้ได้ครับ
อุปกรณ์ที่แถมมาครับ มีคู่มือ สมอลทอร์ค สายชาร์ตแบบหัวเล็ก แบตเตอรี่ 


สำหรับเครื่องนี้เป็นสีขาวครับ วัสดุด้านหน้าเป็นแสตนเลส
จอสำผัสแบบ Resistive ขนาด 2.4 นิ้ว
ด้านขวาจากบ่นลงล่างเป็นปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และปุ่มล๊อคเครื่องครับ 


ด้านหลังเป็นพลาสติกสีขาว มุมซ้ายบนเป้นกล้อง 5 MP Fix Focus
ส่วนมุมซ้ายล่างเป็นลำโพงครับ


ด้านซ้ายของเครื่อง มุมบนเป้นที่ใส่สายคล้องมือ ถัดลงมาเป็นร่องเอาไว้ใช้เล็บแงะฝาหลังครับ


เปิดฝาหลังออกมาจะพบช่องใส่ซิมแบบธรรมดา และช่องใส่แบตเตอรี่


แบตเตอรี่ที่มากับเครื่องเป้นขนาด 1110mAh นะครับ


ใส่ Miro SD เพิ่มหน่วยความจำได้ถึง 32 GB


แกะสติ๊กเกอร์ดูความขาวเนียนของข้างหลังดีกว่าครับ


อีกรูป จะเห็นว่างานประกอบเนี๊ยบมากครับ


ดูด้านหน้าบ้าง ปุ่มกดบางปุ่มยังมีกรอบแกรบเล็กน้อย แต่ตัวบอดี้แน่นดีครับ  ใช้วัสดุค่อนข้างดี


เริ่มเปิดเครื่อง ก็เจอ Logo มือผู้ใหญ่กับมือเด็กเอื้อมมาจับกันตามคอนเซบ
Connecting People ของโนเกียครับ


จะเห็นว่ารุ่นนี้ไม่มีปุ่ม Navigation แล้วนะครับ
เหลือปุ่มหลักแค่ปุ่มโทรเข้า ข้อความ วางสาย(เปิด/ปิดเครื่อง)
เพราะว่าสามารถรับคำสั่งได้จากการ Touch screen แล้วนั่นเอง 


Home Screen ครับ เราสามารถปรับเปลี่ยนเอา Widget มาลงได้


รุ่นนี้รองรับ 3G ความเร็วสูงสุด 10.2 Mbps ด้วยนะครับ (แต่ไม่มี WIFI)
CPU 1 GHz
ROM 256 MB
RAM 128 MB
 User Interface แบบ Nokia Series 40 Touch and Type UI


ก่อนอื่นเช็คอัพเดทเฟิร์มแวร์ก่อนดีกว่าครับ
เวอร์ชั้นล่าสุดแล้วครับ
หน้าเมนูหลักมี 9 เมนูเดิมๆ ของ Symbian Series 40 ครบ
Browser หน้าตาแบบเดิมครับ
 ซึ่งสามารถโหลดเบราเซอร์ตัวใหม่จาก Ovi Store ได้ฟรี
ผมโหลดมาแล้วครับ ดีขึ้นและไวขึ้นมาก




กล้องถ่ายรูป 5 MP Fix Focus ถ่ายไกล้ๆมัวครับ (เดี๋ยวมีตัวเอย่างภาพถ่าย)


หน่วยความจำ Rom ของเครื่องมีประมาณ 256 MB ครับ
แต่โนเกียแถม ภาพ เพลง ไฟล์สาธิตอื่นๆมาด้วยจนเหลือแค่  128 MB


หน้าตาของโปรแกรมเล่นเพลงครับ


การปลดล๊อกหน้าจอเป็นแบบ Slide to Unlock
ซึ่งจอแบบ Resistive ทำยากแฮะ


รูปแบบการดูรูปในคลังภาพ


มีรูปแบบการดูรูปแบบ Time Line ด้วยครับ สวยงามที่เดียว


การส่ง SMS ก็เป็นแบบ Conversation ด้วยนะเออ



หมดแล้วครับ สำหรับรูปรีวิว ผมขอสรุปตามความรู้สึกเลยแล้วกันครับ


จุดเด่น
- วัสดุและงานประกอบจัดว่าดีกว่าหลายๆรุ่นที่ราคาแพงกว่าครับ จับเครื่องไม่มีเสียงกรอบแกรบ
- รองรับ 3G ความเร็วสุงสุดถึง 10.2 Mbps
- Touch&Type  UI แรกๆอาจงงเพราะไม่ชิน แต่พอชินแล้วใช้งานง่ายครับ
- ให้กล้องมา 5 MP ถือว่าโอเคครับกับราคานี้
- ดีไซน์ผมว่าสวยดีนะ
- เครื่องบางเบา จอใหญ่ ชัดเจน
- รองรับวิทยุ FM
- รองรับ Micro SD เพิ่มความจุได้ถึง 32 GB
- ลำโพงเสียงดังชัดเจน และสายสนทนาชัดดีครับ
- มีแอพพลิเคชั่นดังๆ หลายตัวให้เล่น หนึ่งในนั้นคือ Whatsapp

จุดด้อย
- ไม่รองรับ Wifi
- จอสัมผัสบางทีก็ไปไวไปหน่อย
- ปุ่มบางปุ่มมีเสียกรอบแกรบ
- กล้องไม่มีแฟลชนะครับ และมีกระตุกๆบ้างตอนเลื่อนกล้อง
- การทำงานยังช้าอยู่บ้าง ดูไม่ค่อยออกเลยว่าเป็น CPU 1 GHz
- ถ้าต้องการความลื่น Symbian ไม่ใช่สิ่งที่คุณกำลังหาครับ

จุดด้อยผมไม่ขอพูดเยอะแล้วกันครับ ด้วยราคาเท่านี้ จะเอาอะไรมาก ^^
ถือเป็น Feature Phone รุ่นที่คุ้มค่าอีกรุ่นนึงนะครับ แต่ถ้ามีงบเพิ่ทอีกนิดผมว่าเอา Asha 303 หรือ Android รุ่นล่างดีกว่า แต่รุ่นนี้ผมซื้อให้คนมีอายุใช้ เลยต้องเอาจอใหญ่ๆ ปุ่มใหญ่ๆ ^^
จบการรีวิวตัวเครื่องครับ เดี๋ยวครั้งหน้าจะเอาภาพถ่ายจากกล้อง 5 MP ของ Asha 300 มาให้ดูกัน



อ่านบทความเก่า
WP : รีวิว Nokia Lumia 800 The 1st Nokia Window Phone